ฝรั่งเศสประเทศแห่งสีสัน
วันนี้เราจะให้ทุกคนได้รู้จักกับประเทศฝรั่งเศส
ดีมากขึ้นกันนะคะ.....
วันนี้ประธานชุมนุมจะเป็นคนนำเสนอเองคะ
ปารีสนครแห่งแสงสีสัน
ปารีสเป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่น อีกทั้งยังเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกสำหรับอีกหลายๆ คนมงต์มาร์ตร (Montmartre), แซ็งต์-แฌร์แม็ง-เดส์-เปรส์ (Saint-Germain-des-Prés) แหล่งรวมร้านกาแฟหรู โรงหนังและแหล่งซื้อของ, เลอ มาเรส์ (Le Marais) ถิ่นแฟชั่นทันสมัย, แบลวิล (Belleville) ย่านไชน่าทาวน์, โอแบร์กองฟ์ (Oberkampf) สถานที่ย่ำราตรีย่านต่างๆ ของปารีส มีกิจกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และทำให้เมืองหลวงแห่งนี้มีเสน่ห์อย่างที่เป็นอยู่
การที่แต่ละมุมของปารีสน่าเที่ยวน่าชมเป็นเพราะมีบรรยากาศที่ไม่จำเจ มีการผสมผสานอย่างลงตัว ภาพปารีสที่มีผู้คนเดินเล่น ขี่จักรยานหรือเล่นสเก็ตอย่างเสรีบนถนนเลียบแม่น้ำแซน หรือกลุ่มศิลปินที่นั่งวาดภาพบนสะพานปาสเซอแรล เดส์ ซาร์ (Passerelle des Arts) หรือภาพของอาคารบ้านเรือนแบบคลาสสิคที่มองลงมาจากศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมปอมปิดู (Pompidou) ภาพเหล่านี้แม้จะมาต่อรวมกันทั้งหมดก็ยังไม่พอที่จะอธิบายความเป็นปารีสได้ เพราะปารีสมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
เพลงชาติและคำขวัญ
ลา มาร์เซยแยส (La Marseillaise) เป็นเพลงชาติของฝรั่งเศสมาตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 1795 แต่เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า Chant de guerre pour l’armée du Rhin ซึ่งประพันธ์ขึ้นที่เมืองสตราสบูรก์เมื่อปี 1792
คำขวัญของสาธารณรัฐฝรั่งเศสคือ เสรีภาพ เสมอภาคและภราดรภาพ
ธงชาติของฝรั่งเศส
แต่เดิมสีน้ำเงินแดงเป็นสัญลักษณ์ของกองกำลังรักษากรุงปารีส ต่อมาในปี 1789 นายพลลาฟาแยตต์เพิ่มสีขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ นับแต่นั้นมาสีน้ำเงินขาวแดงจึงเป็นสีของธงชาติและกลายเป็นสัญลักษณ์ของสาธารณรัฐฝรั่งเศส
วัฒนธรรมและการพักผ่อนหย่อนใจ
ในปี 2006 กระทรวงวัฒนธรรมได้รับงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 3 พันล้านยูโร ครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายกิจกรรมทางวัฒนธรรมซึ่งมีจำนวนถึง 13 พันล้านยูโร มาจากงบประมาณของรัฐบาลและอีกครึ่งหนึ่งมาจากงบประมาณขององค์กรในระดับท้องถิ่น
ในแต่ละปี ครอบครัวชาวฝรั่งเศสใช้จ่ายเงินเกี่ยวกับกิจกรรมทางวัฒนธรรม การบันเทิง กีฬาและการเล่นต่างๆ โดยเฉลี่ยเท่ากับ 1,385 ยูโร
พิพิธภัณฑ์และสถานที่ทางประวัติศาสตร์
ฝรั่งเศสมีพิพิธภัณฑ์ประมาณ 1,200 แห่งซึ่งสามารถดึงดูดผู้ชมได้หลายสิบล้านคนในแต่ละปี เฉพาะพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre) พระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles) และพิพิธภัณฑ์ออร์เซ่ (Musée d’Orsay) มีผู้เข้าชมมากกว่า 70 ล้านคนต่อปี
ตามเมืองต่างๆส่วนมากมักจะมีพิพิธภัณฑ์อย่างน้อยหนึ่งแห่งตั้งอยู่ ในส่วนของสถานที่ทางประวัติศาสตร์มีมากกว่า 2,400 แห่งที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม (8 ล้านคนต่อปี) ซึ่งรวมทั้งหอไอเฟล (Eiffel) ที่นับเป็นสถานที่ๆมีผู้เข้าชมมากที่สุด (6 ล้านคนต่อปี) นอกจากนี้ ยังมีอาคารอีก 41,800 แห่งที่ได้รับการอนุรักษ์ให้ป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม


เพื่อนชั้นทำได่
แต่ทำไม
ชั้นทำไมได่วะ
TT